ถาม-ตอบ

ธรรมารมณ์

แสดงธรรม กลุ่ม Natural Mind เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558

 

ผู้ปฏิบัติ : บางทีก็ไม่รู้ว่าอย่างไหนคือปัญญา อย่างไหนคืออารมณ์ครับ

ท่านทรงกลด : ผมเคยบอกว่า ให้มีสติรู้เท่าทันอารมณ์ สติก็อย่างหนึ่ง รู้เท่าทันก็อย่างหนึ่ง อารมณ์ก็อย่างหนึ่ง สติคือความรู้สึกตัวทั่วพร้อม (ไม่ใช่สติแบบทางโลก อย่างที่เคยบอกไป) 

เราเป็นคนไทยพบพระพุทธศาสนา โชคดีที่เข้าใจคำว่า สติ ผมฟังธรรมบรรยายคำสอนของหลวงปู่ชา ท่านสอนพระฝรั่ง โดยสอนเป็นภาษาไทยก่อน แล้วมีพระฝรั่งรูปหนึ่งที่เข้าใจภาษาไทยแปลให้บรรดาพระฝรั่งฟังอีกทีหนึ่ง พระฝรั่งรูปหนึ่งก็ถามว่า ตอนนี้จิตเขามันตื้อๆ มึนๆ (เข้าใจว่า พยายามไปเพ่งบริกรรมบังคับจิตให้สงบ) จิตมันมืดไปหมด ทำอย่างไรดีครับหลวงพ่อ  หลวงพ่อก็บอกว่า ให้ออกมาอยู่กับรู้สิ  จิตจะได้สว่าง ไม่ตื้อ มึน งง ที่หลวงปู่ชาบอกว่า ให้ออกมาอยู่กับ “รู้” ก็คือ สตินั่นเอง แต่พระฝรั่งแปลว่า ให้ออกมาว่า อยู่กับ Acknowledge เห็นไหมคนละเรื่องเลย จริงๆ แล้ว ที่ถูกควรจะแปลว่า Awareness หรือ Mindfulness หรือ Mindful Awareness ส่วนใหญ่พระฝรั่งที่ผมเจอ มักจะไปติดที่ความสงบ เพราะมันง่าย ง่ายกว่าเดินทางปัญญา 

ใครมีหนังสือ ๔๘ พระธรรมเทศนา ลองไปอ่านเกี่ยวกับการติดความสงบ ในกัณฑ์ กว่าจะเป็นสมณะ ดู หลวงปู่ชาพูดไว้ชัด บอกว่า สงบเรื่องสมาธินี่หลง หลงมากๆ เลย คือ ปราศจากอารมณ์มันจึงสงบ ไม่มีอารมณ์มันก็สงบก็ติดสุขละทีนี้ แต่เมื่อถูกอารมณ์ก็งอเลย กลัวอารมณ์ กลัวสุข กลัวทุกข์ กลัวนินทา กลัวสรรเสริญ กลัวรูป กลัวเสียง สมาธิแบบนี้กลัวหมด จึงไม่อยากออกมาพบผู้คน เหมือนอยู่ในถ้ำ ทุกข์มากนะสมาธิแบบนี้ ออกมาอยู่กับผู้อื่นไม่ได้ ต้องอยู่เงียบๆ อย่างนั้น สงบอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ให้เลิก ให้ถอนออกมา ถ้าสงบแล้วมาพิจารณาอารมณ์  พิจารณารูป เสียง กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ  ธรรมารมณ์  พิจารณาเกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ให้เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้วเกิดความสงบด้วยปัญญา  เมื่อจิตสงบแล้วก็ไม่กลัวรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ นี้เป็นถ้อยคำของหลวงปู่ชาล้วนๆ

ครูบาอาจารย์พูดขนาดนี้ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อท่าน เท่าที่สังเกตดู ส่วนใหญ่จะไปติดสงบ เป็นฌานหมด สังเกตดูสิ พระพุทธเจ้าสอนปัญจวัคคีย์ หรือพระยสะ หรือชฏิลสามพี่น้อง ท่านไม่ได้พูดถึงฌานนั้น ฌานนี้เลย ท่านพูดแต่เรื่องอารมณ์ยินดี อารมณ์ยินร้าย (เวทนา) หรืออย่างสอนชฎิล ก็พูดเรื่องตา เรื่องหู ที่ดูเป็นธรรมดามาก 

หลวงปู่มั่นก็เคยปรามาสว่า เอ! พระพุทธเจ้า อยู่ๆ มาสอนเรื่องตา เรื่องหู ราวกับสอนเด็กๆ บางคนคิดแย้งในใจตอนนี้ว่า อ้าว! แล้วในมรรคมีองค์แปดที่สวดมนต์อยู่ พอพูดเรื่อง สัมมาสมาธิก็เป็นปฐมฌาน ทุติย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *