ถาม-ตอบ

คนตั้งใจจริงจะมีบททดสอบเสมอ

 

แสดงธรรม กลุ่ม Natural Mind เมื่อวันที่ 4  มิถุนายน  2558

 

ท่านทรงกลด : คนจนทุกข์เพราะไม่มีแต่คนรวยทุกข์เพราะจะรักษาสิ่งที่มีไว้อย่างไร คนจนและคนรวยที่ไม่รู้จักพอจึงทุกข์เหมือนกัน นัตถิ สันติ ปรมัง สุขัง สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี ถ้ารู้จักพอก็สงบแล้ว หลวงปู่เหรียญพูดถูก ขันธ์ห้ามีอยู่ตราบใด  ทุกข์ก็มีอยู่ตราบนั้น จนกว่าจะดับขันธนิพพานจึงจะดับทุกข์ได้

ที่เราพากเพียรปฏิบัติก็เพื่อจะอยู่กับขันธ์ห้า อยู่กับทุกข์ในปัจจุบันนี้ได้อย่างไม่ทุกข์ ละสมุทัยได้เมื่อใดก็จะอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์เมื่อนั้น

ขออนุโมทนากับท่านที่ตั้งใจจะกลับบ้านที่แท้จริงอย่างจริงจัง บ้านในโลกแห่งนี้เราสร้างแล้วทิ้ง สร้างแล้วทิ้งไม่รู้กี่ล้านหลังแล้วที่ผ่านมา คนตั้งใจจริงจะมีบททดสอบเสมอ อย่างเช่น พระพุทธเจ้าพอตั้งใจจริง พญามารก็กรีฑาทัพมาทดลองใจ สุดท้ายแพ้ความตั้งใจจริงของพระองค์  หรืออย่างหลวงปู่มั่น ตอนจะบรรลุธรรมก็มีเทพแปลงเป็นมารมาทดสอบด้วยการเนรมิตร่างกายใหญ่โต ใช้กระบองตีท่านจมลงในดิน (ในสมาธิ) แต่ท่านก็ไม่หวั่นไหว ตั้งจิตแน่วแน่ต่อพระนิพพาน ลองหาอ่านดู ในประวัติท่าน ฉบับพระอาจารย์วิริยังค์ ถ้าจำไม่ผิด

พูดถึงพระอาจารย์วิริยังค์ จริงๆ ท่านเป็นอาจารย์คนแรกของผม เมื่อประมาณสามสิบปีก่อน สมัยเรียน ม. ๑ ม. ๒ ผมไปนั่งเรียนสมาธิกับท่านที่วัดธรรมมงคล ตอนนั้นเรียนที่ศาลาหลังเก่า มีคนสูงอายุไปเรียนราว 8-9คน มีผมคนหนึ่งเด็กที่สุด หลวงพ่อนั่งข้างหน้าผม  ท่านก็แปลกใจว่า เด็กแบบผมจะมาสนใจทำสมาธิทำไม ตอนนั้นกำลังสร้างเจดีย์ กำลังสร้างพระคู่ริมประตูวัด หลวงพ่อบอกให้สะสมเหรียญบาท เหรียญห้าสิบสตางค์มาหล่อพระ ผมก็เก็บเงินโดยอดอาหารเที่ยงบ้าง ยอมเดินกลับบ้าน ไม่ขึ้นรถเมล์บ้าง เก็บเหรียญไว้ให้หลวงพ่อหล่อพระ ตอนนั้นเช่าบ้านอยู่ที่ซอยอ่อนนุช ไป กลับวัดธรรมมงคลเป็นว่าเล่น ได้ธรรมะจากหลวงพ่อมาก เอาสมาธิมาใช้เรียนหนังสือได้ดีมาก เวลาเรียนแทบไม่ได้ยินเพื่อนคุยกันเลย (ทั้งๆ ที่เขาคุยกัน) เพราะใช้พลังจิตที่ได้จากการฝึกสมาธิกับหลวงพ่อ  เวลามีทุกข์ ก็ไปนั่งเล่นที่วัดธรรมมงคลนี่แหละ ไม่ได้ไปไหนไกล หลวงพ่อเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก พวกท่านนับว่ามีบุญที่ได้มีโอกาสฝึกสมาธิจากท่านนะครับ แต่พอโตขึ้น กระแสโลกมันแร ก็ทิ้งหมด มาเอาจริงอีกทีตอนแก่แล้ว แต่ก็ไม่สายเกินไป ถ้าเดินมรรคถูกนะ อย่างที่บอก 

มีท่านหนึ่งถามถึงบททดสอบ ผมก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เอาเท่าที่จำได้แล้วกัน แต่ฟังแล้วอย่าไปกังวล ทุกคนที่เอาจริงต้องเจอ และต้องผ่านไป พระอริยะเจ้าก่อนจะเป็นพระอริยะเจ้าก็เป็นปุถุชนมาก่อน ท่านก็ผ่านมาก่อนแล้วท่านก็ผ่านไปได้ เราเองก็ต้องผ่านไปให้ได้เช่นกัน มันไม่มีอะไรหรอก 

มีแม่ชีที่วัดหลวงขุนวินเล่าให้ฟังว่า สามีชอบปฏิบัติธรรม พอเริ่มจะเอาจริง นั่งสมาธิ พอจิตสงบก็มีเสียงถามน่ากลัวว่า “เอาจริงหรือ” เท่านั้นแหละ เลิกเลย กลัว ป่านนี้ยังไม่กลับมาปฏิบัติเลย 

หลวงพ่อจรัญ ทักขญาโณ วัดหลวงขุนวิน ท่านก็เล่าส่วนตัวให้ฟังว่า ก่อนบวช (ท่านบวชที่วัดสังฆทาน) ก่อนเดินทางไปวัด นั่งรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ขณะนั้นตั้งใจแน่วแน่ว่าจะบวชตลอดชีวิต ท่านบอกว่า พอตั้งใจแค่นี้แหละก็ปรากฏมีเงาทะมึนตอนกลางวันแสกๆ ปรากฏยืนค้ำหัวอยู่ ท่านเห็นคนเดียว เงานี้ก็ตามมาที่วัด บวชแล้ว ก็ยังปรากฏอยู่หลายวันแล้วหายไป คงเห็นแล้วว่า ท่านเอาจริง ถ้าเราเอาจริง เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้

ผมนี่มีมากๆ ทีเดียว ผมไปปฏิบัติขณะที่นอนอยู่ในป่า ขณะหลับรู้สึกตัวเหมือนมีคนเอาเชือกเอ็นมารัดคอ รัดแน่นเข้าๆ หายใจไม่เอา ตอนแรกนึกว่าฝัน (ตอนนั้นบอกลาพุทธภูมิแล้ว ตั้งใจเอาจริงแล้ว) แต่พอรู้สึกตัว เฮ้ย ! ไม่ฝัน นี่มันเอาจริงนี่หว่า ก็กำหนดสติดูมัน ตายเป็นตาย (ตอนนั้น จำไม่ได้แล้วว่า ภาวนาพุทโธด้วยหรือเปล่า) ดูซิมันจะรัดไปถึงไหน ขณะนั้นความรู้สึกเหมือนคอจะขาดแล้ว เราก็นิ่งอยู่ ดูมัน ไม่ร้องโวยวายอะไร สักครู่เท่านั้นแหละ มันก็ค่อยๆ คลายๆ ตัวออกๆ แล้วหายไป จับคอดูยังเจ็บอยู่ไม่หาย ลุกขึ้นนั่ง ตอนแรกนึกว่าเป็นงูหรืออะไร ก็ไม่มีอะไร ก็แผ่เมตตาไปตามเรื่องตามราว  ในป่านี่มันทดสอบจิตใจเราดีนักแล

บางทีก็มีความรู้สึกเหมือนถูกอะไรมากดทับ เหยียบ (ขณะนอน หลังจากปฏิบัติแล้ว) กระดิกตัวไม่ได้ แต่รู้ตัวอยู่ เราก็ตั้งสติ อยู่กับสติ เฝ้าดูอาการมัน แต่บางทีก็มีอะไรมาให้ชมเป็นขวัญกำลังใจดีเหมือนกัน

อีกครั้งหนึ่งตอนบวชเมื่อหลายปีก่อน อันนี้หนักมาก อยู่กุฏิในป่า ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่า ได้ยินเสียงระฆังตีเรียกพระไปสวดปาฏิโมกข์ ผมก็ลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว ล้มลง มีอาการเหมือนหัวใจหยุดเต้น หน้ามืด แต่ยังมีสติอยู่ นึกขึ้นได้ว่า มีหมอมาบวชเป็นพระอยู่ห่างไปประมาณร้อยกว่าเมตร ก็ประคองตัวกระเสือกกระสนล้มลุกคลุกคลานไปตามป่า มุ่งไปหาท่านที่กุฏิไปถึงก็นอนจวนจะหมดสติอยู่หน้ากุฏิ ท่านครองผ้าเตรียมตัวจะออกไปทำปาฏิโมกข์พอดี พอเห็นท่านก็ตกใจมาก บอกให้ทำใจดีๆ ไว้ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ แล้ววิ่งไปที่ศาลา เผอิญมีโยมคนหนึ่งมาทำธุระที่วัดกำลังจะกลับ ท่านเลยบอกมีพระป่วยไม่สบายช่วยพาไปโรงพยาบาลหน่อย พระรูปนั้นเป็นผู้อำนวยการอยู่โรงพยาบาลมาบตาพุดพอดี  ไปถึงก็หาย ท่านบอกอย่าเพิ่งกลับ เผื่อมีอาการอีก ตกกลางคืนมีอาการจริงๆ ตอนนั้นสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เคลิ้มๆ เห็นเจ้ากรรมนายเวรที่เราเคยล่วงเกินไว้มาปรากฏ เห็นชัดเลย เลยรู้ อ๋อ !  เขามาเอาคืน ทำอะไรไม่ได้นอกจากแผ่บุญ แล้วก็หลับไป ตื่นมาพระหมอเอาเครื่อง EKG 12 Lead มาจับไว้ให้ (เขาก็ดูไม่ออกว่าผมเป็นอะไร แต่ต้องเกี่ยวกับหัวใจแน่ๆ) แล้วก็ส่งผมพร้อมผล EKG ไปให้หมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ดู หมอเห็นบอก อ้าว ! ท่านเป็น Complete Heart Block นี่ คือหัวใจสองห้องล่างไม่ทำงาน เป็นอันตรายถึงชีวิต แล้วท่านก็ส่งไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลรามาธิบดีในวันนั้นเลย ตอนบวชครั้งนั้นเอาจริงแล้ว บวชที่วัดสายหลวงปู่ชานั่นแหละ เป็นวัดป่า ชื่อวัดมาบจันทร์ ที่จังหวัดระยอง

นอกจากนี้ เรื่องมารที่เป็นสตรีเพศนี่สำคัญมาก บางทีมาปรากฏในสมาธิก็ต้องพยายามข้ามไปให้ได้ ผมว่า พระอริยะเจ้าส่วนใหญ่ต้องเจอและต้องผ่านไปให้ได้  หลวงปู่ชา ท่านก็เล่าว่า กว่าจะสู้ข้ามกามราคะไปได้ หนักหน่วงมาก แต่ท่านก็ผ่านไปได้ สำหรับนักปฏิบัติโดยทั่วไปจะต้องเจอบททดสอบเป็นเรื่องปกติ อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง มีคนหนึ่งปฏิบัติเอาจริง ไปปฏิบัติกับหลวงปู่ดูลย์ กลับบ้านมา เจอบทใหญ่เลย คือ ไฟไหม้บ้าน มันเหมือนคนเป็นหนี้ เจ้าหนี้เขารู้ว่า ลูกหนี้จะไม่อยู่ใน “โลก” ให้ทวงแล้ว เลยรีบมามะรุมมะตุ้มกันใหญ่ 

พวกเราใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก มันก็มีความสุขตามประสาดีหรอกแต่ทำไมเวลานั่งสมาธิ ไม่รู้อะไรมาเต็มหัวไปหมด เรื่องที่ลืมไปแล้วก็ผุดขึ้นเป็นหลายพันเรื่องจนบางคนต้องเลิกนั่ง เลิกปฏิบัติไปอยู่อย่างเดิมก็ดีอยู่แล้ว   บางคน (ผมว่าส่วนใหญ่นะ อันนี้ไม่ได้ว่าใคร) มันเบื่อชีวิต เบื่อลูก เบื่อเมีย เบื่อสามีเหลือเกิน ตั้งใจไปอยู่วัด กะจะอยู่สักสิบห้าวัน ปฏิบัติให้มันเต็มที่ วันแรกๆ ก็โอเค พอวันที่สี่ ที่ห้า มาแล้ว ภาพลูก ภาพเมีย ภาพสามี ลอยมาทุกวัน สุดท้ายอยู่ห้าหกวัน เผ่นกลับบ้านทุกราย  หรือภาพหลาน ภาพหมา ภาพเตียงนอนนุ่มๆ แอร์เย็นๆ โผล่มายั่วยวนทุกวัน ไม่ไหวแล้ว ขอลาแล้วนะหลวงพ่อ จึงงบอกว่า เส้นทางนี้มันยาก แต่ก็ไม่ยากเกินมนุษย์หรอก หลวงปู่ชา หลวงปู่มั่น ท่านก็เป็นลูกชาวบ้าน ชาวนาธรรมดา ท่านก็ทำได้นะ พวกเราก็พยายามเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ สักวันต้องได้รู้ได้เห็นธรรมแน่แต่ต้องเดินมรรคให้ถูกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *