ถาม-ตอบ

ปริศนาธรรม ภาพเลข ๑ กับเลข ๐

แสดงธรรม กลุ่ม Natural Mind เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558

 

ท่านทรงกลด : มีนักปฏิบัติถามปริศนาธรรมภาพเลขหนึ่งไทยกับเลขศูนย์  บอกว่า มีคนส่งมาให้ ผมพิจารณาดูนิดหนึ่งว่า เป็นการแกล้งลองภูมิหรือต้องการอยากรู้จริงๆ พอเห็นว่า เขาอยากรู้ เลยตอบไป เผื่อเป็นประโยชน์กับพวกเรา

ภาพนี้หมายถึง สิ่งทั้งปวงไหลมาแต่เหตุคือ การปรุงแต่งของจิต ที่เดิมว่างเป็นศูนย์ ปรุงแต่งเป็นหนึ่ง สอง สาม สี่ เป็นอาการต่างๆ (เจตสิก) พอปรุงแต่งตัวมันเอง (จิตที่ว่างเป็นศูนย์) ก็เข้าไปยึดมั่น ถือมั่นในสิ่งที่ปรุงแต่งคือ อารมณ์ทั้งปวง รูป นาม ขันธ์ห้า ต่อมาเมื่อเจริญวิปัสสนา จนแยกจิตออกจากสิ่งปรุงแต่งได้ นั่นแหละจึงเห็นธรรม รู้ธรรม หนึ่งคือ สมมุติบัญญัติ  หนึ่ง สอง สาม สี่ มาจากศูนย์ก่อน ออกจากบัญญัติก็จะเป็นวิมุติ  

อนึ่ง หนึ่งก็คือ อารมณ์ ศูนย์คือ จิต แยกจิตออกจากอารมณ์ได้เมื่อใด ก็เห็นธรรมเมื่อนั้น แยกจิตออกจากสมมุติทั้งปวงได้ก็จะวิมุติ 

มีสมาชิกที่ไปงานปาร์ตี้เพื่อนเก่า แล้วจิตมีอาการเศร้า เมื่อเขาเห็นว่า มันต้องดับไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ เขาก็ละออกจากอารมณ์เศร้านั้นได้ อารมณ์นั้นจางลงทันที เหมือนเลขหนึ่งกับเลขศูนย์นั่นแหละ เลขหนึ่งก็คือ อารมณ์ (สมมุติ) เลขศูนย์คือ จิต ตอนมีอารมณ์เศร้า จิตเข้าไปยึดอารมณ์นั้นไว้ เลยเศร้าอยู่เป็นวันเป็นคืน พอเห็นว่า อารมณ์นี้ไม่ดับไปไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ จิตก็ออกจากอารมณ์นั้นได้ เหมือนเรามีเพื่อนใจคอรวนเร ไม่แน่นอน จิตเราก็จะค่อยๆ ห่างเพื่อนคนนี้ออกมาโดยอัตโนมัติ ขณะที่จิตออกจากอารมณ์ อารมณ์นั้นก็จางดับไปเป็นธรรมดาของมัน สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา ขณะนั้นจิต (ศูนย์) ก็ออกจากอารมณ์ (หนึ่ง) ขณะนั้น เขากำลังเจริญวิปัสสนาแล้ว

ถ้าเขาเห็นอย่างนี้เนืองๆ เท่ากับเขาได้เจริญภาวนาอยู่ทั้งวันทั้งคืน โดยไม่ต้องไปหลับตาเข้าคอร์สธรรมะที่ไหนเลย เขาคนนี้ ภาวนาเป็นแล้ว ไม่น่าห่วงแล้ว เห็นการดับไป จางไปของอารมณ์สักครั้งหนึ่ง อานิสงส์จะทำให้ได้ดวงตาเห็นธรรมอย่างแน่นอน ไม่ชาตินี้ก็ต้องชาติใดชาติหนึ่ง

ทีนี้ ถ้าใครเห็นอย่างนี้ จิตของคนนั้นได้เรียนรู้โดยไม่รู้ตัว เรียนรู้อะไร โปรดฟังดีๆ นะครับ ที่จะพูดต่อไปสำคัญมาก อาจทำให้ท่านได้ดวงตาเห็นธรรมได้ เมื่อเรามีอารมณ์ไม่ว่า เศร้าหรือสุข แล้วเราเห็นว่า มันต้องดับแน่ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ มันไม่แน่ มันไม่เที่ยง ขณะนั้นจิตจะออกมาจากอารมณ์นั้นโดยอัตโนมัติ เหมือนเราอาศัยอยู่ในบ้าน เห็นว่าบ้านหลังนี้ต้องพังแน่ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ เมื่อเห็นเช่นนี้ เราก็จะวิ่งออกมาจากบ้านโดยอัตโนมัติ นี่คือ เคล็ดลับการเจริญภาวนาที่ทำให้รู้เห็นธรรมเร็วที่สุด ซึ่งผมพิสูจน์มาแล้ว

เมื่อจิตออกจากอารมณ์เศร้า (ทุกขเวทนา) จิตเรียนรู้อะไร จิตจะเห็นว่า อารมณ์เศร้า เมื่อออกมาแล้ว มันเสื่อมไป ดับไป ตามธรรมดาของมัน ขณะที่เห็นอารมณ์เศร้าดับไป  จิตคือเรา  ไม่ได้ดับไปด้วย เรายังอยู่ ยังมีความรู้สึกอยู่ ไม่ได้ดับตามอารมณ์เศร้านั้นไปด้วยเลย จิตของคนคนนั้นจะค่อยๆ เรียนรู้ว่า เออ ! อารมณ์เศร้า (ทุกขเวทนา เวทนาอย่างหนึ่งในขันธ์ห้า) มันไม่ใช่เรานี่นา ถ้ามันเป็นเรา เวลามันเสื่อมดับ เราก็ต้องเสื่อมดับไปด้วยสิ แต่นี่เรายังอยู่ ยังมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมอยู่ ไม่ได้ดับไปไหนเลย จิตของคนคนนี้ จะเริ่มเห็นว่า เวทนาไม่ใช่เรา ไม่ใช่ใคร มันเกิดแล้วดับไปเป็นธรรมดา อารมณ์เศร้าถือเป็นทุกขเวทนา ส่วนอารมณ์สุข รื่นเริง ถือเป็นสุขเวทนา มันก็คือ เวทนาในขันธ์ห้า เห็นอย่างนี้เนืองๆ จิตจะเริ่มออกจากอารมณ์เนืองๆ  จนวันหนึ่ง จิตจะตั้งมั่นด้วยตัวมันเอง ก็จะแยกจากอารมณ์ให้เห็น เหมือนศูนย์แยกจากเลขหนึ่ง ฉะนั้น

คนมีปัญญา อ่านแล้วคิดตาม อาจจะเห็นอะไรบางอย่างในสิ่งที่ผมแสดง ลองพิจารณาดู อารมณ์เศร้า สุข ดับไป เราดับไปด้วยหรือเปล่า จะถือว่าเศร้าคือ เรา สุขคือ เรา ได้ละหรือ เหมือนร่างกายนี้ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ร่วงไป เสื่อมไป เราก็ยังอยู่ ไม่ได้ดับตามไป จะถือว่ากายนี้คือเรา คือใครได้หรือ ลองอ่านพิจารณาทบทวนกลับไปมา จะทำให้จิตท่านมีปัญญา เรียนรู้อาการของจิตและรู้เท่าทันอารมณ์ได้ไวขึ้น

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *