ถาม-ตอบ

พวกเรียนแล้วหลงก็มีมาก  พวกปฏิบัติแล้วหลงก็มีมาก  น่าสงสารพอกัน

แสดงธรรม  กลุ่มต้นบุญ  เมื่อวันที่  18 กุมภาพันธ์  2559

 

ท่านทรงกลด  :  “เมื่อตากระทบรูป มีสติรู้เท่าทันแล้ววางเสีย  หูได้ยินเสียง รู้เท่าทันแล้ววางเสีย  เมื่อจมูกได้กลิ่น รู้เท่าแล้ววางเสีย  ลิ้นสัมผัสรส รู้แล้ววางเสีย  กายสัมผัสโผฏฐัพพะ รู้แล้ววางเสีย  ใจสัมผัสธรรมารมณ์ทั้งปวง รู้เท่าทันแล้ววางเสีย   หากทำเช่นนี้ได้ตลอด ด้วยวิริยะ ด้วยความเพียร  เมื่อนั้นตัวเหี้ยก็จะปรากฏขึ้นเฉพาะหน้าต่อผู้ปฏิบัติผู้นั้น  แลไม่เข้าไปคว้าฉวยในอารมณ์ใดๆ ที่เกิดจากผัสสะทั้งปวง  นี่แหละคือวิธีจับเหี้ยล่ะ

สาธุ ในธรรมข้างต้นที่มีผู้นำมาลงให้อ่านกัน  การให้ธรรมะเป็นทาน  ชนะการให้ทั้งปวง  เดี๋ยวนี้พระใบลานเปล่ามีอยู่เกลื่อนเมือง  ส่วนใหญ่คนชอบฟังชอบอ่านธรรมะของพระแบบนี้อยู่ด้วย  ฟังแล้ว อ่านแล้วก็หลงตามไป เห็นแล้วก็นึกสลดสังเวชใจเหลือประมาณ ต้องปลงสังเวชว่า เป็นกรรมของแต่ละบุคคลที่ชักนำไปเจอของปลอมเหล่านั้น  ธรรมะที่ยกมาวันนี้ถูกต้องดีงามแท้  อ่านแล้วก็อุ่นใจว่า มีคนที่ไม่หลงไปตามธรรมปลอม  เราแสดงธรรมของจริงให้คนฟังอยู่แรมปี เห็นก็เพียงไม่กี่คนนะที่รับได้   

จริงอย่างที่บางท่านว่า ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมีของแต่ละคนจริงๆ ระลึกอยู่ตลอดเหมือนสิ่งเตือนใจ  เรื่องที่ปลายจมูกเรายังไม่เข้าใจเลย ส่วนใหญ่ใจร้อนข้ามขั้นไปดูจิต ดูผู้รู้โน่นแล้ว  คนสมัยนี้จึงไปไม่ถึงไหนเพราะใจร้อนกัน  วันก่อนมีผู้นำคำสอนของหลวงปู่ดูลย์มาลง ตรงดีมาก  บอกว่า  คนที่ไม่ค่อยอ่านเยอะ เรียนเยอะ ศึกษามาเยอะ พอมาปฏิบัติ จะก้าวหน้าไว  ผิดกับคนเรียนศึกษามามาก จะก้าวหน้าช้า เพราะพอขยับอะไรหน่อย ความสงสัยจะมาทัก ทำให้ปฏิบัติไปไม่ถึงไหน  ตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อนะ พอเห็นน้องคนหนึ่งที่ผมชวนเข้ามาในกลุ่มธรรม  จึงเห็นว่า ที่หลวงปู่ดูลย์พูดมีเหตุผลเลย  คือ ศึกษามามาก ได้แต่สัญญา ปัญญาไม่มี  น้องคนนั้นบอกว่า  โชคดีมากที่พอเริ่มปฏิบัติก็เจอผมเลย ไม่หลงไปที่โน่น ที่นี่ก่อน การปฏิบัติจึงก้าวหน้ารวดเร็ว  ทำด้วยความเชื่อมั่น ประกอบกับทำแล้วได้ผลจริงในชีวิตปัจจุบัน  มีความสุขสงบได้แม้ลืมตา  จากคนเคยขี้โกรธ ขี้โมโห เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ด้วยการฝึกสติรู้เท่าทันลมหายใจ รู้เท่าทันอารมณ์  ไม่ได้หนีไปนั่งเข้าฌานหรือสวดมนต์อะไรนะ  เธอบอกว่า  เล่นมันด้นๆ แบบนี้เลย  ซัดกับมันตรงๆ ผางๆ ตรงนั้นเลย  บุญวาสนากรรมเก่าสร้างสมมาดีด้วย  ตอนนี้จิตเริ่มเป็นกลางๆ ๆ มากขึ้นๆ ๆ การสั่งสมของพวกเราจึงสำคัญมาก  เห็นสมาชิกในกลุ่มนี้ก็อดโมทนาด้วยทุกครั้งไม่ได้นะ เต็มไปด้วยกัลยาณมิตร กัลยาณธรรม 

ที่มีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า  เรื่องพระใบลานเปล่านี้ หลวงปู่ชาก็ชอบเทศน์  แม้เป็นพระเจ้าคุณก็ไม่พ้น  ตัณหามันเร็วจริงๆ ขาดการปฏิบัติจะแพ้มันทันที  ผมจึงตั้งกติกาไว้ข้อหนึ่งในกลุ่มธรรมว่า อย่าเอาเรื่องพระอภิธรรมมาถามผมนะ ผมยอมแพ้ ผมไม่รู้หรอก จิตมีกี่ดวงๆ ดวงนั้นเป็นอย่างนั้น ดวงนี้เป็นอย่างนี้ ยอมจริงๆ ไม่สู้ใครเลย   มีเพื่อนมาชวนไปเรียนพระอภิธรรม ผมนี้โบกมือบ๊าย บายเลย  ที่เขาสอนๆ กันก็ไม่ตรงกับที่เราเห็นเสียอีก  เรียนไป ทรมานสังขารเปล่าๆ  พวกเรียนแล้วหลงก็มีมาก  พวกปฏิบัติแล้วหลงก็มีมาก  น่าสงสารพอกัน  สองพวกนี้ถ้าไม่มีวาสนาเก่าอยู่ ไปบอก ก็ไม่ฟัง แถมบอกว่า  เราบ้าไปอีก ของใครของมันจริงๆ  ไม่แปลกใจว่า ทำไม ขนาดพระในสมัยพุทธกาล ขนาดเกิดมาพบพระพุทธเจ้า ยังหนีไปอยู่กับเทวทัตได้

วันก่อนมีท่านหนึ่งบอกว่า เทวทัตกลับชาติมาเกิดเป็นใครคนหนึ่ง ผมว่า สงสัยไม่ใช่ ยังรับกรรมได้ไม่กี่ปีเอง แค่สองพันห้าร้อยกว่าปี่ ยังไม่ถึงกัปเลย  ก็ขอให้พวกเราเร่งพากันปฏิบัติเถิด  ใครเล่าจะล่วงรู้ความตายที่จะมาในวันพรุ่ง  ใครอยากจะลงนรกก็ปล่อยเขาไป เราเร่งพากันปฏิบัติปิดอบายนะ  เอวัง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *