ถาม-ตอบ

ชีวิตมนุษย์นั้นยืนยาวสักเพียงใด

แสดงธรรม กลุ่มต้นบุญ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2559

 

ท่านทรงกลด :   ในพระสูตร ๔๒ บทนั้น มีบทหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงถามพระสาวกว่า  ชีวิตมนุษย์นั้นยืนยาวสักเพียงใด  สาวกรูปหนึ่งทูลตอบว่า ๑๐๐ ปี สาวกอีกรูปหนึ่งทูลตอบว่า ๕๐ ปี  สาวกอีกรูปทูลตอบว่า ๑ วันกับอีก ๑ คืน และแล้วสาวกรูปหนึ่งก็ทูลตอบว่า อายุคนเรานั้นยาวเพียงหนึ่งลมหายใจของเราเอง  พระพุทธองค์กล่าวกับสาวกรูปนั้นว่า  ถูกต้องแล้ว ท่านได้เห็นความจริงแห่งชีวิตมนุษย์แล้ว  ชีวิตคนเรานั้นยืนยาวเพียงแค่หนึ่งลมหายใจเท่านั้น แท้จริงแล้วอาจสั้นกว่านั้นเสียอีก  เพราะในขณะที่เธอหายใจเข้า เธอได้กลายเป็นคนอีกคนแล้ว  และเธอที่อยู่ที่นั่นก่อนหายใจเข้าก็มิได้เป็นเธอหลังหายใจเข้าอีกต่อไปแล้ว   หายใจเข้าออกครั้งหนึ่ง เราก็เกิดตายแล้วครั้งหนึ่ง  เรามองชีวิตรอบๆ แล้ว นึกถึงคำตรัสของพระพุทธเจ้าว่า  วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้ เราทำอะไรอยู่  ชีวิตเราก็ไม่ต่างไปจากหยดน้ำบนใบไม้ พอสว่างโดนแดดก็มลายหายไปแล้ว  

พวกเรานี้ถือว่ามีบุญมากจริงๆ ใครก็ตามที่เห็นภัยในวัฏสงสาร เร่งภาวนาหาทางพ้นทุกข์ ไม่ว่าผู้นั้นจะเกิดมายากดีมีจนอย่างไร ในทางธรรมถือว่า เป็นผู้ที่มากด้วยบารมี เป็นผู้สั่งสมมาดีพอแล้ว  

บรรดาพระอริยสงฆ์ท่านก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง มีการศึกษา ฐานะทางสังคม ดีเลิศอันใดไม่ เมื่อถึงเวลา ก็เห็นภัยในการเกิด แก่ เจ็บ ตาย พากันออกบวชแสวงหาทางพ้นทุกข์  ท่านปฏิบัติเอาจริงเอาจัง เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ท่านจึงได้ของจริงมาสอนพวกเรา  ถ้าของไม่จริง มันจะเสียเวลา  ญาติที่ภรรยาตาย โหยหาอาลัยคนที่ตายอยู่ทุกวัน คิดถึงมากก็ดื่มไวน์แก้คิดถึง  หารู้ไม่ว่าคนที่ตายบัดนี้ไปเสวยสุขเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในสวรรค์แวดล้อมด้วยนางฟ้าเต็มวิมาน นี่แหละความน่าสลดสังเวชใจในสังสารวัฏกัน  คนหนึ่งทุกข์อยู่ในโลกนี้ อีกคนตอนอยู่ก็บอกรักหนักหนา พอตายก็ไปเกิดอีกภพภูมิหนึ่ง มีนางฟ้า (เสวยชาติเป็นเทพบุตร) เป็นเมียมากมาย ก็ลืมสามีที่โหยหาอาลัยอยู่ในโลกทางนี้  เทพบุตรจะมีเมียเป็นนางฟ้ามากมายตามกำลังบุญ  

พอเสวยสุขได้สักวันหนึ่ง ก็คิดถึงสามีและมารดา ย่องมาดู แต่ตอนนั้นทั้งสามีและมารดาตายไปหมดแล้ว   เวลาบนสวรรค์วันหนึ่งเท่ากับร้อยปีมนุษย์  เห็นอีกที อ้าว ! ไปเกิดเป็นหมู หมา กา ไก่ จิ้งจก ตุ๊กแกเสียแล้ว  นี่แหละความน่าสลดใจในสังสารวัฏ  ชี้ให้เห็น ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ โปรดใช้วิจารณญาณนะ  เรื่องนรก สวรรค์ ชาติก่อน  ชาติหน้านี้ หลวงปู่ชาบอกว่า ใครไม่เชื่อเป็นคนโง่  คนฉลาดเขาเลือกที่จะเชื่อไว้ก่อน แล้วไม่ประมาท ไม่ทำบาปทำกรรมหนัก หากนรกสวรรค์มีจริง พอตายไปก็สบาย  หากไม่มีก็เท่าทุน  ส่วนพวกไม่เชื่อหลงระเริง ก่อกรรมทำเข็ญ หากตายไป นรกสวรรค์ไม่มีก็เท่าทุน แต่หากมีขึ้นมา ก็ลำบากเดือดร้อน  ยิ่งลงนรกชั้นลึกๆ ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นทุกข์สาหัส  เรื่องแบบนี้ถ้าไปแสดงให้บางกลุ่มฟัง เขาจะบอกว่าเป็นเรื่องงมงาย ก็จะดูถูกปรามาสเป็นบาปกรรมกันอีก  การแสดงธรรมทางไลน์นี้ แม้จะทันสมัยทันยุค แต่โทษก็มีมากเหมือนกัน  มันไม่ต่างจากแสดงในศาลาใหญ่ ในหมู่คนจำนวนมาก หากใครดูหมิ่นปรามาส ก็จะตกกับผู้นั้นเอง   เราเองไม่รู้เรื่องอะไรด้วย  เอวัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *