ถาม-ตอบ

ขออุบายก้าวล่วงความเบื่อหน่าย

แสดงธรรม กลุ่มสายธารธรรม เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2560

 

ผู้ปฏิบัติ  :  หนูเห็นทุกข์ รู้ว่าจักต้องเร่งความเพียรปฏิบัติ สวดมนต์ ดูลมหายใจ กลับมามีสติ  แต่ปฎิบัติ ไปสักพักก็เกิดความเบื่อหน่าย กราบขออุบายในการก้าวล่วงความเบื่อหน่ายด้วยค่ะ 

ท่านทรงกลด  :  ความเบื่อหน่ายก็เป็นเพียงการปรุงแต่งของจิตอย่างหนึ่ง ไม่เที่ยงแท้หรอก จงมีสติออกจากความเบื่อหน่ายเสีย จิตที่มีสติ รู้จักความรู้สึกตัวที่แท้จริง จะไม่เบื่อหน่ายอะไร อย่าไปเร่ง ถ้าเร่ง พอไม่ได้ ก็จะเบื่อ  ค่อยๆ ทำไปให้สนุกกับการเจริญสติ มันจะไม่เบื่อหน่าย พอรู้สึกเบื่อหน่าย ให้รู้สึกตัว จะหายใจเข้าลึกๆ ก็ได้ แล้วบอกกับเจ้าความเบื่อหน่ายว่า “เออ!  เอ็งมันก็ไม่เที่ยงแท้หรอก ไม่ดับไปวันนี้ก็พรุ่งนี้”  นี่คือคาถาของพระพุทธเจ้า ส่วนของหลวงปู่ชา คาถาโดยย่อก็คือคำว่า “อนิจจัง”  

คาถานี้ใช้ได้ผลมามากแล้ว ลองดู เช่น มีน้องคนหนึ่งไม่เคยปฏิบัติธรรมเลย อยากปฏิบัติ  ผมก็ให้คาถานี้ไป วันหนึ่งไปงานเลี้ยงรุ่น พอจะอำลาเพื่อนๆ ก็เกิดความเศร้าขึ้นมา แต่เพราะเคยได้รับธรรมจากผมมาบ้าง บอกกับความเศร้าว่า เอ็งมันก็ไม่เที่ยงแท้หรอก ไม่ดับไปวันนี้ก็พรุ่งนี้แหละ เท่านั้นแหละ เขารู้สึกตัวออกมาจากความเศร้าทันที ส่วนความเศร้าก็ดับไปทันทีเหมือนกัน เขาไลน์มาบอกว่า อัศจรรย์มากเลยพี่  น้องคนนี้ แต่ก่อนใจร้อนมาก ตอนนี้เย็นลงเยอะ จนสามีและลูกน้องแปลกใจ ธรรมะต้องเอามาใช้ในชีวิตจริงได้แบบนี้นะ จึงจะเป็นธรรมะ คาถานี้ลองเอาไปใช้ดู เป็นคาถาพระพุทธเจ้า หลวงปู่ชาใช้จนบรรลุอรหัตผลเลยล่ะ ไม่แน่ก็คืออนิจจัง  อนิจจังก็คือไม่แน่  สังขารทั้งปวงเป็นอนิจจัง ย่อมเสื่อมไปเป็นธรรมดา อย่าพึงยึดมั่นถือมั่นให้มากนักเลย  

เมื่อเกิดความเบื่อหน่าย แล้วรู้สึกเบื่อหน่าย นั่นแสดงว่า เข้าไปยึดมั่นความเบื่อหน่ายแล้ว พอยึดก็ปรุงแต่งต่อเป็นความท้อใจ ถ้าไม่ยึดความเบื่อหน่าย ความท้อใจจะมาจากไหนเล่า เห็นภาพหรือยัง  ออกจากความเบื่อหน่ายได้ ความท้อใจก็จะไม่มี จงอยู่กับสติให้มาก อยู่กับอารมณ์ (ความเบื่อหน่ายก็เป็นอารมณ์หนึ่ง) ให้น้อย นั่นแหละ มันเที่ยงไหมล่ะ  อย่าไปวิ่งตามมันสิ  ไม่เป็นไร  แรกๆ ก็เป็นแบบนี้ทุกคน  ส่วนใหญ่ก็ยอมแพ้ เราจะแพ้แบบคนอื่นหรือ วันหนึ่งเมื่อสติมีกำลังจะเริ่มชนะขึ้นมาบ้างนะ พอชนะครั้งหนึ่ง มันจะชนะไปเรื่อยๆ อย่าท้อเสียก่อน เป็นกำลังใจให้นะ  ถ้าเบื่อและท้อแสดงว่า ขณะนั้นขาดสติแล้ว  จงลุกขึ้นสู้ใหม่ อ่านหนังสือทวนไปมาก็ได้ จะได้มีกำลังใจ กว่าจะถึงกระแสธรรม มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก  ครูบาอาจารย์เราเป็นลูกชาวนายากจนทั้งนั้น ท่านยังสู้จนสำเร็จ เราจะยอมแพ้ง่ายๆ หรือ เมื่อพบกระแสธรรม กระแสพระนิพพาน จะเห็นคุณค่าแห่งความพากเพียร ไม่ย่อท้อในวันนี้นะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *