ถาม-ตอบ

ความคิดเกิดขึ้นได้อย่างไร

แสดงธรรม กลุ่มสายธารธรรม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560

 

ผู้ปฏิบัติ : กายกับใจ  รูปกับนาม  แยกกัน  แล้วความคิดเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ

ท่านทรงกลด : ความคิดเป็นสังขารขันธ์ (อยู่ในขันธ์ห้า)  สังขารเป็นนามอย่างหนึ่ง  ภาพวาดเกิดได้อย่างไร ภาพวาดเกิดเพราะมีสี มีพู่กัน มีกระดาษหรือผ้าใบ  ธรรมดาถ้าของดังกล่าววางอยู่เฉยๆ ก็ไม่เกิดภาพ  ที่เกิดภาพเพราะเราหยิบเอาสี เอาพู่กันมาเขียนมาวาดบนกระดาษหรือผ้าใบ สังขารก็เช่นกัน เขาก็อยู่เป็นธรรมดาของเขา ไม่เกิดอะไร  เว้นแต่จิตเราใช้เขาวาดภาพปรุงแต่งขึ้น (ในใจ) เขาจึงเป็นความคิดขึ้นมา  ปกติภาพที่ไหลเข้ามาจะเป็นสัญญาขันธ์ก่อน ซึ่งธรรมดาถ้าเราไม่ไปยุ่งกับมัน มันก็ดับไปเป็นธรรมดาของมัน  เห็นก็สักแต่ว่าเห็น  แต่เพราะความไม่รู้เท่าทัน เราจึงเข้าไปยึดมาปรุงแต่งเป็นเรื่องราวต่อ ตรงปรุงแต่งเป็นเรื่องราวนี่แหละเรียกว่า ความคิด ถามว่า หยุดคิดได้ไหม แต่ก่อนก็ไม่เชื่อว่าจะหยุดคิดได้  แต่พอแยกจิตออกจากนามได้ สามารถหยุดคิดได้จริงๆ อย่างที่หลวงปู่ดูลย์ว่าไว้ พอหยุดคิด สังขารก็ไม่ถูกใช้  ต่างคนต่างอยู่  ภาพวาดปรุงแต่งก็ไม่เกิด จิตก็สงบ แท้จริงความคิดหรือสังขารเป็นเครื่องมือของจิตอย่างหนึ่งเท่านั้น  เหมือนเราแบกจอบไปขุดดิน ขุดเสร็จก็วางจอบเสีย แต่ปุถุชน ขุดเสร็จจะไม่วางแบกความคิด ยึดไว้ไม่ยอมปล่อย ความคิดของฉันถูกและใหญ่เสมอ  

ตรงยึดความคิดนี่แหละเรียกว่าทุกข์ล่ะ ถ้าหยุดคิดได้วันใด จะพบสุขแท้อยู่ตรงนั้น อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เตสังวูป สโมสุโข  การเข้าไประงับดับเสียได้ซึ่งสังขาร (ความคิดปรุงแต่ง) เป็นสุขอย่างยิ่ง เรื่องความคิดนี้ก็ยกตัวอย่างไว้หลายครั้งแล้ว เช่น รถที่เราขับนี่ จอดไว้เฉยๆ ไม่มีคนขับ มันจะเคลื่อนตัวได้ไหม ความคิดก็เหมือนกัน สักแต่เป็นขันธ์อย่างหนึ่ง (สังขารขันธ์) หากไร้คนปรุงแต่ง (จิต) มันจะขับเคลื่อนความคิดได้อย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าพระอรหันต์จะไม่คิด ท่านก็ใช้ความคิด (ขันธ์) ให้เป็นประโยชน์   หลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ชา เวลาสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร ท่านก็ใช้ความคิดว่าจะสร้างที่ไหน อย่างไรดี  หรือพระพุทธเจ้าท่านก็ใช้ความคิด ที่เรียกว่าดำรินั่นแหละ ความคิดหากใช้มันเป็น มันก็มีประโยชน์ แต่ถ้าใช้แล้วไปหลงยึดเป็นตัวเป็นตนเป็นเรา ของเรา อย่างนี้เป็นโทษ ใช้ความคิดแล้ว ให้วางความคิด แค่นี้แหละ แต่พอแยกจิตออกจากนามได้ สามารถหยุดคิดได้จริงๆ อย่างที่หลวงปู่ดูลย์ว่าไว้  

ผู้ปฏิบัติ​ : หยุดคิดได้เฉพาะการกระทบของอายตนะ​ ๕ คู่ เท่านั้น (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) แล้วจู่ๆ มันคิดขึ้นมาในใจทำอย่างไรค่ะ

ท่านทรงกลด  : อายตนะก็ทำงานไป  เช่น ตาเห็นรูป เป็นธรรมดาเมื่อมีผัสสะย่อมมีเวทนา แต่ปล่อยให้เวทนาดับไป  ใจไม่เอาด้วย เมื่อใจไม่เอา สักแต่รู้ ก็ไม่คิด จบแค่นั้น ส่วนขณะที่ จู่ๆ มันคิดขึ้นมา ก็เป็นธรรมดาของมัน มันคิดก็ปล่อยให้ดับ ไม่ส่งเสริมมัน ขณะที่คิดขึ้นมา ให้ดูเวทนาว่า ขณะนั้นยินดีหรือยินร้าย  แล้ววางตรงนั้น

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *