ถาม-ตอบ

วิญญาณขันธ์เป็นอาการของจิตอย่างหนึ่ง

 

 

แสดงธรรม กลุ่มสายธารธรรม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561

 

ผู้ปฏิบัติ : ถ้าไม่เอาศัพท์ที่สังคมปริยัติบัญญัติเรียก “วิญญาณขันธ์”  จะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า  วิญญาณขันธ์คือ อาการของจิตที่มีการปรุงแต่งร่วมไปกับอารมณ์ ได้หรือไม่คะ

ท่านทรงกลด  :  วิญญาณขันธ์ก็เป็นอาการของจิตอย่างหนึ่ง คือ อาการ “รู้” ถ้าเห็นธรรมจะเห็นตัวนี้อยู่ด้านหน้าของจิต เคยดูมายากลพันหน้าไหม หน้าที่เปลี่ยนไปต่างๆ นานา คือ  เวทนา  สัญญา  สังขาร ส่วนหน้าสุดท้ายที่ติดกับหน้าเดิมก็คือ  วิญญาณขันธ์  ใกล้ชิดกับจิตที่สุด วิญญาณขันธ์ทำหน้าที่รับรู้ทางตา ทางหู ทางกาย อารมณ์ก็คือ  สิ่งที่ถูกรู้  เหมือนใยแมงมุมนั่นแหละ  

แมงมุมชักใย  เมื่อแมลงบินมาติด ใยก็จะสั่นส่งสัญญาณไปให้ตัวแมงมุมรู้ แมงมุมก็จะออกมากินแมลงที่มาติด แมลงก็คืออารมณ์ทั้งปวง  เมื่อมากระทบ ตัวที่รับรู้ก็คือ วิญญาณ มันคือสะพานเชื่อมระหว่างอารมณ์กับจิต จิตก็คือแมงมุม จิตก็ออกมาเสวยอารมณ์ แต่กระบวนการจริงมันไวมากๆๆๆ ปุถุชนจะไม่รู้เลยว่าคืออะไร เขาจึงเสวยอารมณ์อยู่เป็นปกติตลอดเวลา ส่วนคนปฏิบัติที่ใกล้จะถึงอริยชนจะเห็นตรงนี้เป็นภาพสโลว์โมชั่น  เพราะมีสติมาหน่วงถ่วงให้เห็น ที่พระพุทธเจ้าสอนว่า สติเป็นเครื่องกางกั้นอารมณ์  นิวรณ์ออกจากจิต  มันก็ทำนองเดียวกัน  เมื่อจับสติได้  มันจะอยู่ตรงกลางระหว่างอารมณ์กับจิต  เปลี่ยนวิญญาณขันธ์เป็นสติคือ ความรู้สึกตัวเสีย นี่คือเคล็ดลับวิชาของพระพุทธเจ้า เพราะท่านเห็นการทำงานของมันอย่างที่ผมเห็นนี่แหละ การทำงานของขันธ์ห้า  นำมาซึ่งการวางหลักการปฏิบัติคือ สติปัฏฐานสี่นั่นเอง พระองค์ใช้เวลา ๔๙ วันหลังคืนตรัสรู้เรียงร้อยสิ่งที่ท่านเห็น  

ศาสนาพุทธมาจากตรงนี้ ตรงผู้รู้  จากผู้รู้ไม่จริง นำไปสู่ผู้รู้จริงคือ จิต  จริงๆ ไม่อยากให้เรียนรู้สิ่งลึกซึ้งเหล่านี้มาก มันจะเป็นสัญญาเสียทั้งนั้น  ใครเรียนมาเยอะก็จะขัดจะแย้งได้ หากไม่วาง ทำให้ไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติ   คนมาใหม่ก็อย่าเพิ่งท้อกันไปเสียก่อน เราก็ชั่งใจอยู่เหมือนกันว่าจะแสดงหรือไม่ แต่เห็นว่า แสดงไว้เป็นมรดกโลก  ต่อไปจะมีคนมีบุญมารวบรวมไว้สอนคนรุ่นหลัง  สิ่งเหล่านี้ไม่รับรองว่า ตรงตามตำราหรือไม่ แสดงไปตามที่จิตมัน “เห็น”  ยิ่ง “ใกล้”  ก็ยิ่งชัด ยิ่งแจ้ง ไม่สงสัยคำสอนของพระพุทธเจ้า คำสอนครูบาอาจารย์เลย

ผู้ปฏิบัติ : แรกๆ ต้องใช้สติตามดูเป็นพี่เลี้ยงแก่จิตที่ไปเสวยอารมณ์ ต่อเมื่อสติมีกำลังกล้าจะแทรกตัวคั่นแยกระหว่างจิตกับอารมณ์ ใช่ไหมครับ

ท่านทรงกลด :  สาธุๆๆ ถูกแล้วๆๆๆ  นี่คือ คำสรุปที่ดีที่สุดของธรรมที่แสดงคืนนี้  เมื่อสติมีกำลังกล้า จะแยกจิตจากอารมณ์ให้เห็น ผู้ใดเห็นจิต ผู้นั้นเห็นธรรม  พบจิตคือพบธรรม สติกล้า จิตก็กล้าตาม ถึงตอนนั้นจะเห็นกิเลสหงอจิตให้ดู อัศจรรย์จะบังเกิดให้เห็น  แล้วจะกราบพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปชั่วอนันตกาล  

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *